รถที่หัวจอรองรับ CarPlay
และอยู่ในรายการที่ทดสอบแล้ว
ติดตั้งเองได้
ติดตั้ง EVSense เองได้โดยไม่ต้องตัดต่อสายไฟ: เสียบกล่องเข้าช่อง USB ที่รถใช้กับ CarPlay ถ้าเป็นรถไฟฟ้าให้เสียบ OBD dongle Vgate ที่ช่อง OBD-II แล้วทำตามตัวช่วยตั้งค่าบนจอรถ
เตรียมของ
ใช้ของแค่ไม่กี่อย่าง และไม่ต้องใช้เครื่องมือช่าง
และอยู่ในรายการที่ทดสอบแล้ว
32 / 64 GB
เฉพาะรถไฟฟ้า สำหรับข้อมูลรถไฟฟ้าและ EV Guardian
มาในกล่องใช้ช่วยตั้ง Wi-Fi และกรอกอีเมลรายงานผ่าน QR
7 ขั้นตอน
จอดรถในที่ปลอดภัยก่อนเริ่ม และอย่าตั้งค่าขณะขับรถ
ดูตารางรถที่ทดสอบแล้ว ว่ารถของคุณอยู่ในรายการ และหัวจอรองรับ Apple CarPlay ถ้าไม่อยู่ในรายการ ให้ติดต่อเราก่อน
ใช้ช่อง USB ที่หัวจอใช้กับ Apple CarPlay ถ้ารถมีหลายช่อง ให้ดูคู่มือรถว่าช่องไหนรองรับ CarPlay
เสียบกล่อง EVSense เข้าช่อง USB นั้น ไม่ต้องตัดต่อสายไฟใด ๆ
ถ้าต้องการข้อมูลรถไฟฟ้า ให้เสียบ Vgate ที่ช่อง OBD-II ของรถ ช่องนี้มักอยู่ใต้คอนโซลฝั่งคนขับ ดูตำแหน่งที่แน่นอนในคู่มือรถ รถที่ไม่ใช่รถไฟฟ้าข้ามขั้นนี้ได้
ครั้งแรกอาจใช้เวลาราว 1 นาทีกว่าหน้าจอจะขึ้นผ่าน CarPlay และบางรุ่นต้องแตะไอคอน CarPlay บนจอรถ
ตัวช่วยบนจอรถจะพาตั้งค่าทีละขั้น ใช้ทัชบนจอรถได้เลย
เปิดอีเมลจาก [email protected] แล้วกดปุ่ม “ยืนยันอีเมล” ภายใน 7 วัน จึงจะเริ่มได้รับรายงาน ถ้าไม่เจอ ให้ดูในโฟลเดอร์สแปม
EVSense ใช้แค่ช่อง USB ที่มีอยู่แล้ว และช่อง OBD-II สำหรับข้อมูลรถไฟฟ้า อ่านข้อมูลอย่างเดียว ไม่สั่งงานรถ ถอดออกได้เมื่อต้องการ
แก้ปัญหาเบื้องต้น
รอราว 1 นาทีในครั้งแรก แล้วลองแตะไอคอน CarPlay บนจอรถ ตรวจว่าเสียบช่อง USB ที่ใช้กับ CarPlay ไม่ใช่ช่องที่ชาร์จไฟได้อย่างเดียว
ตรวจว่า Vgate เสียบแน่นที่ช่อง OBD-II และจับคู่แล้วในหน้าตั้งค่า และรถของคุณเป็นรถไฟฟ้าที่ทดสอบข้อมูลรถไฟฟ้าแล้ว
บางรุ่นที่สถานะ "บางส่วน" ยังพบอาการนี้และเรากำลังปรับปรุง ดูหมายเหตุของรุ่นคุณในตารางรถที่ทดสอบแล้ว
ตรวจว่ากดปุ่มยืนยันในอีเมลแล้ว (ลิงก์ใช้ได้ 7 วัน) ดูโฟลเดอร์สแปม และเพิ่ม [email protected] ในรายชื่อผู้ติดต่อ รายงานทางอีเมลเป็นสิทธิ์ของสมาชิกและช่วงทดลอง
พร้อมเริ่ม
ทุกกล่องทดลองใช้ EV Guardian ฟรี 30 วัน นับจากเปิดใช้ครั้งแรก